ทำไมการ ใช้งานระบบ RFID ยังคงมีความจำเป็นอยู่

ใช้งานระบบ RFID

RFID เป็นคำย่อมาจาก Radio Frequency Identification เป็นเทคโนโลยีแสดงตนแบบไม่ต้องสัมผัสโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ

ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้งานระบบ RFID

  1. เมื่อระบบบาร์โค้ด ไม่ตอบสนองความต้องการในการใช้งาน

อ่านบาร์โค้ดไม่ได้ เนื่องจากบาร์โค้ด ชีดจาง ขาด ชำรุด เสียหาย อ่านบาร์โค้ดไม่ได้ เนื่องมีวัตถุมาบดบังการอ่าน อ่านบาร์โค้ดไม่ได้ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่ใช้งาน มีฝุ่น มีระลองน้ำ จนทำให้ไม่สามารถอ่านบาร์โค้ดได้

  1. ต้องความปลอดภัยในการใช้งาน

เนื่องจากระบบ RFID ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า และไม่สามารถคัดลอกระหัสได้โดยง่าย
เนื่องจากระบบ RFID สามารถเข้าระหัสก่อน จะทำการเข้าถึงข้อมูล

  1. ต้องการข้อมูลจำนวนมาก ในระยะเวลาอันสั้น

เนื่องจากระบบ RFID เป็นสัญญาณคลื่นวิทยุ จึงสามารถอ่านได้ในระยะไกล ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้วัตถุ เราจึงสามารถอ่านข้อมูลได้ในระยะสัญญาณทีละหลายๆ ตัวได้พร้อมกัน

  1. เมื่อต้องการอ่านสินค้าในกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ โดยไม่ต้องแกะกล่องหรือบรรจุภัณฑ์

ความสามารถของระบบ RFID คือ สามารถอ่านทะลุวัตถุ ที่ไม่ได้เป็นฉนวนกันสัญญาณ ทำให้เราสามารถอ่านข้อมูล RFID โดยไม่จำเป็นต้องแกะกล่องสินค้า

  1. เมื่อต้องการอ่านข้อมูลในระยะไกล

เนื่องจากระบบ RFID เป็นคลื่นสัญญาณวิทยุ ทำสามารถขยายสัญญาณได้ระยะไกล ขึ้นอยู่กับตัวส่ง และตัวรับสัญญาณ โดยเฉพาะคลื่นสัญญาณแบบ UHF สามารถอ่านได้ไกลถึง 10 เมตร และสามารถปรับลดสัญญาณได้ ตามความต้องการ

  1. เมื่อต้องการความสะดวกรวดเร็วในการตรวจนับสินค้า

เนื่องจากระบบ RFID เป็นคลื่นสัญญาณวิทยุเพราะฉนั้นระยะสัญญาณที่อยู่ในระยะจะทำการอ่านข้อมูลได้ทั้งหมด จึงสามารถตรวจนับสินค้าครั้งละมากๆ ได้ในทีเดียว

ข้อเสียของระบบ RFID

ไม่ควรนำไปใช้งาน ที่อุปกรณ์ที่มีคลื่นสัญญาณวิทยุที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบนำทาง เพราะอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาด ไม่ควรนำไปใช้งาน กับประเภทงานที่ต้องการนับต่อชิ้น เนื่องจากระบบ RFID เป็นคลื่นสัญญาณวิทยุ จึงอาจจะอ่านโดย RFID ตัวอื่นที่อยู่ในระยะสัญญาณไม่ควรนำ

ไปใช้งาน ประเภทงานที่มีสัญญาณรบกวน หรือ ฉนวนกันสัญญา RFID ซึ่งทำให้อ่านข้อมูลผิดพลาด หรืออ่านข้อมูลไมได้เลย ไม่ควรนำไปใช้งาน ประเภทงานที่มีความเสี่ยง ที่แท็ก RFID จะสัมผัสกันเอง เพราะจำให้สัญญาณอ่อน หรืออ่านไมได้เลย ไม่ควรนำไปใช้งาน ติดกับวัสดุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้าโดยตรง เนื่องจากจะทำให้วงจรข้างในเกิดการลัดวงจร

คุณสมบัติโปรแกรมสำหรับระบบ RFID

ต้องรองรับทั้งระบบ Barcode and RFID เนื่องจากต้องใช้งานระบบควบคู่ในการทำงาน
ต้องพร้อมพัฒนาเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ RFID เนื่องจากข้อมูลที่รับมาจากอุปกรณ์ RFID จะต้องมีการพัฒนาสำหรับอุปกรณ์นั้นๆ
ต้องพร้อมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อใช้สำหรับจัดการข้อมูล และบอกสถานะ เช่น ระบบแสดงผลบน

จอภาพ ระบบไฟสัญญาณ ระบบ Sensor หรือ PLC
โปรแกรมต้องมีรวดเร็วในการประมวล เนื่องจากการรับข้อมูลจากระบบ RFID เป็นการรับข้อมูลครั้งละมากๆ
โปรแกรมต้องมีความฉลาด เนื่องจากระบบ RFID สามารถอ่านข้อมูลได้ทั้งหมด หากอยู่ในระยะสัญญาณ เพราะฉนั้นโปรแกรมต้องกรองข้อมูลก่อนที่จะนำไปประมวลผล ใช้งานระบบ RFID
โปรแกรมต้องพร้อมเชื่อมต่อกับระบบอื่น เพื่อนำเข้า หรือ ส่งออกข้อมูล เพื่อนำมาประมวล เพื่อให้ข้อมูลที่ได้สมบูรณ์ และมีประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้งาน

ตัวอย่างอุปกรณ์ต่างๆ ของระบบ RFID

READER RFID (เครื่องอ่าน RFID) แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ

Fix Reader (เครื่องอ่านแบบตั้งอยู่ที่)
• LF READER (125 KHz) & HF READER (13.56 MHz)
ส่วนมาก RFID แบบคลื่นสั้นจะนำมาใช้ในการอ่านข้อมูลแบบที่ละตัว เช่น ระบบเข้าห้องพัก ระบบไม้กันประตู ระบบบันทึกเวลาเข้างาน ระบบควบคุมประตู

• UHF READER (860 – 960 MHz)

เป็นคลื่นสัญญาณแบบยาว ถูกนำมาประยุกใช้ระบบจัดการสินค้า ที่ต้องการอ่านในปริมาณมากๆ หรือใช้การอ่านในระยะไกล โดยอุปกรณ์จะแยกเป็น 2 ส่วน คือ Reader and Antenna

Mobility (เครื่องอ่านแบบเคลื่อนที่)

• LF READER (125 KHz) & HF READER (13.56 MHz)

• UHF READER (860 – 960 MHz)

TAG RFID
โดยทั่วไป Tag RFID จะมี 2 ลักษณะ คือ สติ๊กเกอร์ และ พลาสติก

• STICKER TAG RFID

• PLASTIC TAG RFID

หากคุณกำลังจะจัดงานที่อยากใช้ระบบ QR Code ในกิจกรรมการจัดงานของคุณ สามารถ ติดต่อได้ที่ K&O Systems ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการทำ ระบบ QR Code ในงาน event มาแล้วมากมายอาทิ เช่น ระบบลงทะเบียนเข้างาน QR code จับรางวัล และ อื่นๆ ภายในงาน อีเว้นท์ และ งานแสดงสินค้าเข้าไปดูผลงานได้ที่นี่  Vveedigitalและสอบถามได้ที่เบอร์ 082-645-4469